ความรัก ครอบครัว แต่งงาน คำคม ปรัชญาต่าง ๆ
ข้อควรรู้ ดอกไม้ติดหน้าอก&ช่อดอกไม้ถือ ในงานแต่งงาน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 01 ธันวาคม 2009 เวลา 10:51 น.

ช่อดอกไม้งานแต่งงานนอกจากเรื่องของการจัดดอกไม้ให้กับสถานที่จัดงานแล้ว อีกจุดสำคัญที่ทางนักจัดดอกไม้จำเป็นต้องเตรียมให้ด้วยก็คือ "ดอกไม้ติดหน้าอก" และ "ช่อดอกไม้ถือ"

สำหรับ "ดอกไม้ติดหน้าอก" หรือที่เรียกว่า Boutonniere หรือ Corsage จะใช้ติดให้กับประธานและคุณพ่อคุณแม่ของฝ่ายเจ้าบ่าวเจ้าสาว โดยทั่วไปจะมีไม่เกิน 6-8 ช่อ การติดดอกไม้ที่อกเสื้อนั้นนอกจากจะเป็นการให้เกียรติประธานในพิธีแล้วยังใช้เป็นสัญลักษณ์ให้พิธีกรบนเวทีเชิญประธานขึ้นกล่าวอวยพรให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่ผิดคน ด้านคุณพ่อคุณแม่เจ้าสาวก็เพื่อให้แขกที่มาร่วมงานได้เข้ามาทักทายสวัสดีกันอย่างไม่ผิดคนด้วยเช่นกัน

ส่วน "ช่อดอกไม้ถือ" หรือ Flower Bouquet จะใช้สำหรับเจ้าสาวที่เข้าพิธีแบบคริสต์ แต่ถ้าเป็นเจ้าสาวที่ทำพิธีแบบไทยพุทธแล้วการใช้ดอกไม้ถือก็เพียงเพื่อสำหรับถือถ่ายภาพหน้างานหรือถ้าสลับให้เจ้าบ่าวถือบ้างก็น่ารักทีเดียว นอกจากนี้ธรรมเนียมยอดฮิตในการให้ประโยชน์จาก Flower Bouquet อีกอย่างก็คือ การโยนช่อดอกไม้เพื่อเสี่ยงทายว่าใครจะได้เป็นเจ้าสาวคนต่อไป

 

ถือช่อดอกไม้ในพิธีแต่งงาน

ในการถือช่อดอกไม้ของเจ้าสาวใช่ว่าจะเป็นช่อสวยมีสีสันโดนใจแล้วจะดูดีเข้ากับชุดเจ้าสาวเสมอไปนะคะ แต่การเลือกช่อดอกไม้ที่เข้ากับชุดเจ้าสาวจะช่วยเสริมให้เจ้าสาวดูเด่นมากยิ่งขึ้นมากกว่า ซึ่งในการเลือกทุกครั้งเจ้าสาวควรคำนึงชุดแต่งงานของคุณก่อนเป็นอันดับแรก

ข้อ แนะนำง่าย ๆ สำหรับการเลือกช่อดอกไม้ให้เข้ากับชุดก็คือ คุณจำเป็นต้องทราบสีชุดแต่งงานของคุณเสียก่อนเพื่อจะเลือกสีของดอกไม้ให้เข้ากัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นดอกไม้ที่เข้ากับสีของธีมงานก็ได้ เพราะจะดูจำเจเกินไปแค่เข้ากับสีชุดเจ้าสาวก็เพียงพอ หากชุดเจ้าสาวคุณเป็นสีขาวคุณอาจจะถือดอกลิลลี่สีขาวหรือสีชมพู หากชุดสีชมพูอ่อนคุณอาจถือดอกคาเนชั่นหรือกุหลาบสีชมพูเข้มแซมด้วยยิบโซหรือกุหลาบขาวหรือดอกลิลลี่สีขาวก็ดูหวานทีเดียว และถ้าชุดของคุณมีรายละเอียดมากพออยู่แล้วให้เลือกช่อดอกไม้สีเรียบ ๆ แต่ถ้าชุดของคุณเป็นแบบเรียบช่อดอกไม้ที่สวยงามดีไซน์เก๋จะช่วยส่งให้ชุดของคุณดูเด่นขึ้น

ทั้งนี้อย่าถือดอกไม้ช่อใหญ่เกินไปเพราะการถือดอกไม้ช่อใหญ่นอกจากจะทำให้คุณเมื่อยล้ามือแล้วยังขโมยชีนความงามที่คุณอุตส่าห์ตื่นมาแต่งหน้าแต่งตัวแต่เข้าตรู่ด้วย ฉะนั้นดอกไม้จึงควรมีน้ำหนักเบาและกระทัดรัดช่วยส่งให้คุณดูเด่นแทนที่จะแย่งเด่นซะเอง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
i Do

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2011 เวลา 09:57 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
งานวิวาห์กับดอกไม้ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 01 ธันวาคม 2009 เวลา 09:26 น.

คงไม่แปลกใช่ไหมถ้าจะบอกว่าความสดชื่นของงานวิวาห์สามารถสร้างได้ด้วยดอกไม้นานาพรรณ และดอกไม้ยังสามารถสร้างบรรยากาศภายในงานให้ดูดีอบอวนไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ รวมถึงสีสันอันหวานต้องตา หรือหากภายในงานครั้งนี้มีคอนเซ็ปต์ที่ต้องการอารมณ์อันสดใส อ่อนหวาน หรือโฉบเฉี่ยวทันสมัย ดอกไม้นานาพรรณก็ยังจะสามารถช่วยตกแต่งให้ออกมาเป็นแบบที่คุณต้องการได้ แต่ทว่าจะเลือกใช้ดอกอะไรและนำจัดแบบไหนถึงจะดูดีเข้ากับคอนเซ็ปต์ที่คุณต้องเรามีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องดอกไม้มาฝากค่ะ

ในการจัดดอกไม้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ นักจัดดอกไม้ที่จะมาเป็นผู้ออกไอเดียเสนอความคิดและลงมือเนรมิตจัดแจงตกแต่งให้ออกมาสวยถูกใจ แต่จะชอบใจฝีมือนักจัดดอกไม้คนไหนนั้นก็ต้องลองเลือกเฟ้นกันดูค่ะ

การเฟ้นหานักจัดดอกไม้ คุณสามารถถามได้ทั้งจากเพื่อนฝูงที่ผ่านงานแต่งงานมาแล้วหรือตามโรงแรมแรมใหญ่ ๆ ที่มีนักจัดดอกไม้ประจำโรงแรมหรือจากร้านดอกไม้ทั่วไปรวมทั้งสืบหาได้ตามเว็บไซต์ก็มีนักจัดดอกไม้ฝีมือดีมากมาย จากนั้นเลือกนักจัดดอกไม้ไว้สักสองสามชื่อเพื่อนัดแนะพูดคุยถึงสไตล์ที่คุณต้องการหรือถ้าคุณเป็นคนอธิบายไม่เก่งสามารถเลือกตัวภาพตัวอย่างจากนิตยสารไปให้ช่างดอกไม้ดูด้วยก็ได้ยิ่งดี

ในการจัดดอกไม้ให้กับงานวิวาห์ ช่างจัดดอกไม้ส่วนใหญ่ไม่ได้ยึดถือเรื่องเทรนด์เป็นสำคัญแต่จะยึดความพึงพอใจของคู่บ่าวสาว ฤดูกาลของดอกไม้ และงบประมาณมากกว่า ดังนั้น ก่อนจะไปพบกับนักจัดดอกไม้ของงานคุณควรต้องเตรียมตัวกันซักเล็กน้อยในเรื่องของการให้รายละเอียดเกี่ยวกับงานกับนักจัดดอกไม้ให้มากที่สุดเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน

เริ่มจากการ "กำหนดงบประมาณ" ในส่วนของดอกไม้ก่อนเพราะนักจัดดอกไม้ส่วนใหญ่ชอบให้ลูกค้าบอกงบประมาณที่แน่นอนก่อนจะทำให้การทำงานง่ายขึ้น เพื่อที่เขาจะได้รู้ว่าควรจะครีเอทงานออกมาได้มากน้อยแค่ไหน แต่ใช่ว่างบประมาณไม่สูงแล้วจะไม่ได้งานที่ครีเอทีฟนะคะ เพราะโดยทั่วไปนักจัดดอกไม้จะผสมดอกไม้เก่งรู้ว่าควรจะเลือกดอกอะไรมาแทนดอกอะไรขึ้นอยู่กับว่าฤดูกาลนั้นดอกไม้ชนิดไหนราคาไม่แพง ก็อาจจะนำมาจัดรวมกับดอกไม้ราคาแพงหรืออาจจะใช้ผักและผลไม้เสริมเข้าไปการใช้ใบช่วยก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่จะช่วยประหยัดค่าดอกไม้ได้ นักจัดดอกไม้เก่ง ๆ จะสามารถผสมผสานดอกไม้ได้อย่างสวยงามกลมกลืนและที่สำคัญคือดูมีรสนิยมด้วย

เมื่อมีงบประมาณในใจแล้วการขอความเห็นจากญาติผู้ใหญ่ก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะท่านเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณของเรา ดังนั้น เลือกแบบการจัดดอกไม้ที่ชอบไว้ชัก 2-3 แบบ และขอความเห็นท่านก่อน เมื่อได้แบบที่คุณและท่านเห็นพ้องต้องกันจึงค่อยตัดสินใจเลือกคอนเซ็ปต์นั้น หากขัดแย้งในเรื่องความคิดก็ควรพูดคุยกันให้เข้าใจดีกว่าที่จะต้องมารื้อหน้างานจะเป็นเรื่องวุ่นวายโดยใช่เหตุ จากนั้นจึงนำคอนเซ็ปต์นั้นไปเสนอกับช่างจัดดอกไม้อีกที

จากนั้นลองหาคอนเซ็ปต์ชัดเจนที่สอดรับกับสิ่งที่ญาติผู้ใหญ่เราเห็นชอบอีกครั้ง เมื่อได้แล้วคุณควรเริ่มเตรียมข้อมูลเพื่อบอกกับนักจัดอกไม้ว่าอยากได้ดอกไม้แบบไหนสีอะไรและจุดไหนบ้างที่คุณอยากให้มีดอกไม้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีผลต่อการวางแผนใช้ดอกไม้ของนักจัดดอกไม้ แล้วลองนับดูซิว่างานแต่งงานของคุณอยู่ในฤดูไหนและฤดูนั้นมีดอกไม้ตามแนวคิดหลักที่คุณวางไว้หรือไม่ หากไม่มีคุณก็ยังมีเวลาที่จะปรับเปลี่ยนแนวคิดเพื่อใช้ดอกไม้อื่นได้บ้าง

อย่างไรก็ตามเมื่อให้ข้อมูลกับนักจัดดอกไม้เรียบร้อยแล้วก็ให้เวลาช่างจัดดอกไม้ในการทำงานอย่างน้อยชัก 1 เดือน ในการทำงานนะคะเพราะนักจัดดอกไม้จำเป็นจะต้องไปดูสถานที่จัดงานด้วยตัวเอง เพื่อดูขนาดของห้องจัดเลี้ยงแล้วนำมาออกแบบพร้อมกับคิดคำนวนว่าต้องใช้ดอกไม้มากน้อยแค่ไหนถึงจะกำลังสวย จากนั้นจึงสั่งดอกไม้ซึ่งดอกไม้บางชนิดต้องนำเข้าจากต่างประเทศแล้วยังต้องเตรียมงานโครงสร้างต่าง ๆ เช่น ซุ้มหน้างาน โครงเหล็ก ดังนั้น เวลาไปคุยก็อย่าลืมบอกระยะเวลาในการทำงานด้วยล่ะ อย่างน้อย 1 เดือนก่อนมีงานกำลังดีค่ะ

ทีนี้เมื่อเลือกนักจัดดอกไม้ได้แล้วก็ควรขอให้เขียนหรือสเก็ตช์แบบมาให้ดูเลยว่ามีดอกไม้จุดไหนบ้าง อะไรบ้าง แบบไหน เขาจะมาติดตั้งกี่โมงและมีค่าเบ็ดเตล็ดอะไรอื่น ๆ อีกที่เราต้องจ่ายเพิ่มก็ให้รีบสรุปราคาไปเลย เพื่อที่งบของคุณจะได้ไม่บานปลายทีหลัง

สำหรับข้อมูลที่เราต้องเตรียมให้กับนักจัดดอกไม้เราเองถ้าพอจะมีความรู้บ้างก็ดีนะคะเพื่อที่จะได้เสนอแนะกับนักจัดดอกไม้ให้จัดได้อย่างถูกใจที่สุด ส่วนข้อมูลที่มีความจำเป็นก็เริ่มจากเรื่องของมุมหรือจุดต่าง ๆ ของสถานที่จัดเลี้ยงที่คุณอยากให้นักจัดดอกไม้จัดให้คุณก็ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องคิดทบทวนถึง สิ่งที่คุณต้องการอย่างละเอียด ดังนั้น ลองมาดูกันนะคะว่าส่วนไหนของงานเลี้ยงฉลองวิวาห์ที่คุณควรจะต้องมีดอกไม้มาเป็นตัวช่วยเสริมบรรยากาศบ้าง

ดอกไม้ในงานแต่งงาน



ดอกไม้บริเวณหน้างาน

ดอกไม้หน้างานจะมีบทบาทสำคัญในเรื่องของการต้อนรับขับสู้เข้าสู่ภายในงานส่วนใหญ่จะประดับอยู่ตรงประตูทางเข้าทั้งสองด้านหรือจัดเป็นซุ้มหน้างาน แนะนำว่าถ้าจัดดอกไม้หน้างานเป็นซุ้มไหนหรือดอกไม้ที่จัดจะเป็นสไตล์ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับ Theme งานที่คู่บ่าวสาวได้กำหนดไว้ตั้งแต่แรก

บริเวณโต๊ะลงทะเบียนและเซ็นอวยพร

ตรงจุดนี้เราอาจจะใช้เป็นแจกันทรงสูงหรือจัดดอกไม้บนฟลอร่าโฟมแล้วนำมาตั้งโดยมีภาชนะสวย ๆ รอง จากนั้นก็นำมาตั้งไว้บนโต๊ะเลยก็ได้ดอกไม้ที่ประดับบนโต๊ะเซ็นอวยพรนี้ อาจจะวางที่กลางโต๊ะใกล้กับกล่องรับเงินหรือบริเวณสมุดเซ็นชื่อก็ได้ ซึ่งถ้าไม่มีดอกไม้บริเวณนี้การลงทะเบียนครั้งนี้คงหมือนกับการมาลงทะเบียนเพื่อเข้างานสัมนามากกว่ามางานแต่งแน่ ๆ

Archway หรือมุมถ่ายภาพ

มุมถ่ายภาพถือว่าเป็นมุมเด่นมุมหนึ่งของงานเลยก็ว่าได้เพราะใครที่มีโอกาสได้มาร่วมงานต้องได้มารวมตัวกันถ่ายภาพตรงจุดนี้ทุกคน ส่วนใหญ่ก็จะจัดให้เข้ากับ Theme งาน โดยจะเน้นที่ความสวยงามหรือสื่อถึงความรัก การจัด Archway ส่วนใหญ่จะจัดแค่เพียงจุดเดียว แต่ถ้าครอบครัวไหนมีงบประมาณให้กับดอกไม้มากหน่อยแถมคุณพ่อคุณแม่ของคู่บ่าวสาวอยากจะต้อนรับแขกในมุมที่ดูพิเศษอีกนิด ก็อาจจะบอกให้นักจัดดอกไม้จัด Archway เพิ่มอีกจุดหนึ่งก็ได้ แต่ต้องเป็นมุมที่ไม่ใหญ่มากจนไปขโมยซีนมุมหลักนะคะ

บริเวณเวที

บนเวทีคือสถานที่ดำเนินพิธีการต่าง ๆ แขกทุกคนที่มาร่วมงานพร้อมที่จะมุ่งสายตาไปบริเวณเวทีได้ทุกเมื่อ หากพิธีการบนเวทีเริ่มขึ้นจึงจำเป็นจะต้องมีการประดับประดาบริเวณเวทีให้สวยงามด้วย โดยนักจัดดอกไม้ต้องจัดดอกไม้ให้เข้ากับ Theme งาน การจัดดอกไม้บริเวณเวทีไม่จำเป็นต้องจัดดอกไม้ให้เต็มพรึบพรับก็ได้เราสามารถแต่งออกมาอย่างเรียบ ๆ แต่ดูดี อาจจะเสริมด้วยอุปกรณ์การตกแต่งอื่น ๆ มาช่วยให้ดูเก๋อย่างกิ่งไม้ เชิงเทียน ลูกบอล ผ้า ผืนผ้าพริ้ว ๆ ริบบิ้นสีต่าง ๆ ก็ดูเก๋ไก๋แถมประหยัดค่าดอกไม้ได้ด้วย

ดอกไม้ตามซุ้มอาหาร

หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Flower station ในที่นี้จะหมายถึงรูปแบบงานเลี้ยงแบบบุฟเฟ่และค็อกเทล เพราะงานเลี้ยงแบบโต๊ะจีนจะจัดเป็นแจกันดอกไม้ตั้งไว้กลางโต๊ะจึงไม่เรียกว่า Flower station ซึ่งงานเลี้ยงแบบบุฟเฟ่และค็อกเทลจะแยกโต๊ะกับจุดวางอาหารไว้คนละที่ การจัดดอกไม้บริเวณจุดวางอาหารนี้จึงมีความสำคัญในแง่ของการทำให้บริเวณที่วางอาหารดูไม่แห้งแล้งจนเกินไป

รอบ ๆ บริเวณงาน

การจัดดอกไม้ในงานแต่งงาน เราไม่จำเป็นต้องจัดดอกไม้ให้เต็มไปทั้งงานก็ได้เพราะแม้ว่าการจัดดอกไม้เยอะ ๆ จะช่วยสร้างบรรยากาศของงานให้ดูอ่อนหวานมีชีวิตชีวา แต่การที่มีดอกไม้มากเกินไปจะทำให้งานเลี้ยงดูคับแคบลงถนัดตาทีเดียว ดังนั้น จัดดอกไม้ในปริมาณที่ไม่ต้องมากนักแต่มีไว้หลาย ๆ จุด จะช่วยสร้างความต่อเนื่องให้อารมณ์ในการมองได้มากกว่าหรืออาจจะใช้เทคนิคในการจัดดอกไม้ให้เป็นรูปทรงอย่างฟลาวเวอร์บอล ฟลาวเวอร์แสตนแบบทรงสูงก็ดูดีทีเดียว

สำหรับการประดับประดางานวิวาห์ด้วยดอกไม้มีข้อจำกัดอยู่นิดหน่อยก็คือ ถ้าคู่บ่าวสาวเลือกสถานที่แต่งงานในห้องจัดเลี้ยงที่มีบริเวณที่ไม่กว้างขวางมากนักต้องระวังอย่าเลือกดอกไม้ที่มีกลิ่นมาก ๆ เพราะกลิ่นที่อบอวลไปทั่วห้องอาจทำให้แขกบางท่านที่แพ้กลิ่นดอกไม้มีอาการไม่สบายได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากกลิ่นดอกไม้ไปผสมกับกลิ่นอาหารเข้าล่ะก็อาจทำให้บรรยากาศงานเลี้ยงเสียไปเลยก็ได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
i Do

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2011 เวลา 09:56 น.
 
ข้อควรรู้เกี่ยวกับ "สินสมรส" ทางกฎหมาย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 01 ธันวาคม 2009 เวลา 07:52 น.

ตามกฎหมายแล้วเมื่อชายและหญิงตกลงปลงใจที่จะเป็นสามีภรรยากันและได้จดทะเบียนสมรสแล้วความผูกพันนี้ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา 2 ลักษณะ คือ ความสัมพันธ์ส่วนตัว คือ อยู่กินกันแบบสามีภรรยาต้องอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน และความสัมพันธ์ทางด้านทรัพย์สิน ซึ่งแยกเป็น "สินสมรส" และ "สินส่วนตัว"

 

 

สินส่วนตัว คือ ทรัพย์สิน ข้าวของส่วนตัวต่าง ๆ ที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ก่อนเดิม ก่อนแต่งงาน

สินสมรส คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มาหลังแต่งงาน และสามีภรรยาเป็นเจ้าของร่วมกัน

ตามกฎหมายได้แจกแจงไว้อย่างละเอียดว่า สินส่วนตัว มี 4 ประเภท คือ

1. ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส เช่น บ้าน ที่ดิน เงินทอง

2. ทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมรสโดยการรับมรดก หรือได้มาโดยเสน่หา

3. ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย เครื่องมือประกอบอาชีพ

4. ทรัพย์สินที่เป็นของหมั้น จะถือเป็นสินส่วนตัวของผู้หญิง

นอกจากนี้ ถ้าทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้น เปลี่ยนสภาพไป เช่น นำไปขายและได้เงินมา นำไปแลกหรือซื้อของอื่น ให้ถือว่าเงินหรือของที่ได้มานั้นเป็นสินส่วนตัวด้วย

สินสมรส แบ่งเป็น 3 ประเภท

1. ทรัพย์ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส เช่น เงินเดือน โบนัส

2. ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาโดยพินัยกรรม โดยระบุว่าให้เป็นสินสมรส

3. ทรัพย์สินที่เป็นกำไรสุทธิ หรือดอกผลของสินส่วนตัว

สิทธิการจัดการทรัพย์สิน กฎหมายถือให้ผู้เป็นเจ้าของมีอำนาจจัดการทรัพย์สินส่วนตัวได้โดยลำพัง สำหรับสินสมรสถือเป็นทรัพย์สินร่วมกันคนละครึ่งจึงให้สองฝ่ายจัดการร่วมกัน

 

แหวนแต่งงาน


สามีภรรยาสามารถแยกกันจัดการสินสมรสได้ 4 กรณี คือ

1. เมื่อคู่สมรสตกลงแยกกันจัดการสินสมรสโดยการทำสัญญาก่อนสมรสไว้ก่อน

2. เมื่อคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตกเป็นคนไร้ความสามารถ อีกฝ่ายมีสิทธิร้องขอให้ศาลแยกสินสมรสได้

3. เมื่อคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย จะมีผลให้สินสมรสแยกกันตามกฎหมาย

4. เมื่อมีการร้องขอต่อศาลให้แยกสินสมรสเพราะสาเหตุ เช่น อีกฝ่ายทำความเสียหายแก่สินสมรสไม่อุปการะเลี้ยงดูเป็นหนี้สินมากมายหรือขัดขวางการจัดการสินสมรสโดยไม่มีเหตุอันควร และเมื่อมีการแยกสินสมรสออกจากกันแล้วสินสมรสส่วนที่แยกออกมาจะถือเป็นสินส่วนตัวของแต่ละฝ่ายรวมถึงทรัพย์สิน เช่น มรดก ดอกผลที่ได้มาหลังการแยกสินสมรสด้วย

การจัดการเรื่องหนี้สินของสามีภรรยาควรทำอย่างไร

เมื่อสามีภรรยาไปเป็นหนี้บุคคลภายนอก หากหนี้นั้นมีมาก่อนสมรสถือเป็นหนี้ส่วนตัว ให้แต่ละฝ่ายรับผิดชอบใช้ต่อเจ้าหนี้เป็นการส่วนตัวโดยใช้สินส่วนตัวมา ก่อน ถ้าไม่พอจึงใช้จากสินสมรสที่เป็นส่วนของตนได้คือ ครึ่งหนึ่งของสินสมรส ในกรณีที่เกิดหนี้ระหว่างสมรสหนี้นั้นอาจเป็นหนี้ส่วน ตัวค้างคามาหรือเป็นหนี้ร่วม สามีภรรยาต้องร่วมกันชดใช้เจ้าหนี้โดยใช้เงิน ทั้งจากสินสมรสและสินส่วนตัวได้ หนี้ที่เกิดระหว่างสมรส และถือเป็นหนี้ร่วม ได้แก่ หนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดู รักษาพยาบาลคนในครอบครัว และให้การศึกษา บุตร หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส หนี้ที่เกิดจารการงานที่สามีภรรยาทำร่วม กันและหนี้ที่สามีหรือภรรยาก่อให้เกิดเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่าย ยินยอมและรับรู้ด้วย 4 กรณีนี้สามีภรรยาต้องรับผิดชอบร่วมกัน

คู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส


การจัดการทรัพย์สินมีข้อแตกต่าง คือ ในแง่กฎหมายเพราะกฎหมายจะถือว่าคู่ที่อยู่กินกัน โดยไม่จดทะเบียนสมรสไม่เป็นคู่สมรสต่อกัน

บุตรที่เกิดมาเป็นของฝ่ายหญิงฝ่ายเดียว และการอยู่ด้วยกันไม่มีผลให้เกิดสินส่วนตัวและสินสมรส แต่ในแง่ปฏิบัติ เพื่อความเป็นธรรมและเพื่อป้องกันความแตกแยกในครอบครัว กฎหมายจึงถือให้ ทรัพย์สินที่ฝ่ายชาย และหญิงลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างที่อยู่กินด้วยกันเป็นทรัพย์สิน รวม ชายและหญิงเป็นเจ้าของร่วมกันและมีสิทธิ์ในทรัพย์สินคนละครึ่ง การลงทุนร่วม แรงโดยหลักหมายถึงการที่ชายและหญิงร่วมกันทำการค้า หรือดำเนินกิจการโดยเฉพาะเจาะจงแล้วได้ทรัพย์สินมา และในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่บ้านช่วยดูแลบ้าน และครอบครัวโดยอีกฝ่าย เป็นผู้ทำการค้าก็ถือว่าร่วมแรงทำมาหากินเช่นกัน ในทางกลับกัน ถ้าทรัพย์สินต่างคนต่างทำมาหาได้แยกกัน หรือเป็นมรดกที่ได้รับมาจะถือเป็นสิทธิของฝ่ายนั้นผู้เดียว อีกฝ่ายไม่มีส่วนแบ่งรวมทั้งไม่สามารถฟ้องขอแบ่งทรัพย์ได้

การทำพินัยกรรม

ถ้าทำพินัยกรรมสินส่วนตัวสามารถยกให้ใครก็ได้ตามความพอใจแต่กับสินสมรส เนื่องจากสามีและภรรยามีสิทธิเป็นเจ้าของสินสมรสร่วมกันคนละครึ่งจึงไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมยกสินสมรสเกินกว่าส่วนของตัวเองให้แก่บุคคลอื่น ถ้าทำไปพินัยกรรมนั้นจะสมบูรณ์เฉพาะส่วนของตัวเองเท่านั้น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
formumandme

?

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2011 เวลา 09:55 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
คำคมความรัก : มีคนบอกเคยบอกว่าอย่าเล่นกับความรัก แต่คุณจะไม่รู้จักกับความรัก ถ้าคุณยังไม PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2009 เวลา 09:03 น.

รวมคำคมความรักในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะทำให้คุณรู้สึกและสัมผัสถึงความรักใน รูปแบบต่าง ๆ และอิ่มเอิบใจไปกับความรู้สึกแห่งความรัก ลองอ่านคำคมดี ๆ พวกนี้ดูนะค่ะ

คำคมความรักในแบบรักใครสักคน

อย่าผืนใจรัก...ถ้ามันไม่ใช่
ไม่มีประโยชน์..ที่จะคบกับใครสักคน
เพียง เพราะอยากมี...ใครสักคน

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2011 เวลา 10:06 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
รวมคำคมภาษาอังกฤษสอง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2009 เวลา 09:02 น.

รวมคำคมภาษาอังกฤษสอง

 

คำคมอันที่หนึ่ง "The only thing in life achieved without effort is failure."

- - Anonymous - -

มีเพียงสิ่งเดียวในชีวิตที่จะสามารถพิชิตได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมาก มายคือความล้มเหลว

คำคมอันที่สอง"Some dream of worthy accomplishments, while others stay awake and do them."

- - Anonymous - -

บางคนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ

คำคมอันที่สาม "No bird soars too high if he soars with his own wings."

- - William Blake - -

ไม่มีนกตัวใดบินสูงเกินไปถ้ามันบินด้วยปีกของมันเอง

 

คำคมอันที่สี่ "If you always do what interests you, then at least one person is pleased."

- - Katherine Hepburn - -

ถ้าคุณลงมือทำในสิ่งที่คุณสนใจอยู่เสมอ อย่างน้อยจะมีคนคนหนึ่งที่พอใจ

คำคมอันที่ห้า "Only two things are infinite, the universe and human stupidity,and I'm not sure about the former."

- - Albert Einstein - -

มี เพียงสองสิ่งเท่านั้นที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้ สิ่งหนึ่งคือจักรวาล และอีกสิ่งคือความโง่เขลาของมนุษย์ ทว่าฉันไม่แน่ใจว่าจักรวาลจะเป็นเช่นนั้น

คำคมอันที่หก "Life remains the same until the pain of remaining the same becomes greater than the pain of change."

- - Anonymous - -

ชีวิตจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งความเจ็บปวดจากความนิ่งเฉย จะมากกว่าความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลง

คำคมอันที่เจ็ด The secret of success in life is to be ready for your opportunity when it comes."

- - Benjamin Disraeli - -

ความลับของความสำเร็จคือเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับโอกาสที่มาถึง

คำคมอันที่แปด "You get the best out of others when you give the best of yourself."

- - Harvey Firestone - -

"คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป"

คำคมอันที่เก้า "He who loses money, loses much; He who loses a friend, loses more;

He who loses faith, loses all."

- - Anonymous - -
เขา..ผู้สูญสิ้นทรัพย์สินไป
เขา..สูญเสียมาก เหลือเกิน
เขา..ผู้สูญสิ้นเพื่อนไป
เขา..สูญเสียมากกว่า
เขา..ผู้ สูญสิ้นความศรัทธา
เขา..ผู้นั้น.. สูญเสียยิ่งกว่าใครๆ

คำคมอันที่สิบ "The determined man finds the way, the other finds an excuse or alibi."

- - Anonymous - -

ผู้ที่แน่วแน่และมุ่งมั่นจะหาหนทางแก้ปัญหา ในขณะที่คนอื่นจะหาหนทางแก้ตัว

คำคมอันที่สิบเอ็ด "Obstacles are those frightful things you see when you take your eyes off your goals."

- - Anonymous - -

อุปสรรคคือสิ่งที่น่าตกใจก็ต่อเมื่อคุณไม่ได้มองไปที่จุดหมายปลายทาง

คำคมอันที่สิบสอง "Advice is like snow; The softer it falls the longer it dwells upon,and the deeper it sinks into, the mind."

- - Samuel Taylor Coleridge - -

คำแนะนำเหมือนหิมะที่โปรยปรายลงมา ยิ่งบางเบาเพียงใดก็ยิ่งแตะเพียงเปลือกนอก และยิ่งหนักหนาเท่าใดก็ยิ่งลึกถึงความรู้สึกเท่านั้น

คำคมอันที่สิบสาม "There is nothing either good or bad but thinking makes it so."

- - W.Shakespeare - -

ไม่มีสิ่งใดๆในโลกที่ดีหรือเลว มีแต่ความคิดของเราเท่านั้นที่ทำให้เกิดความดีและความเลว

คำคมอันที่สิบห้า "Great minds discuss ideas; Average minds discuss events Small minds discuss people."

- - Anonymous - -

จิตใจที่ยิ่งใหญ่วิพากย์วิจารณ์ความคิด จิตใจสามัญวิพากวิจารณ์เหตุการณ์ แต่จิตใจที่ต่ำต้อยนั้นวิจารณ์เพียงผู้คน

คำคมอันที่สิบหก "Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it."

- - D.Kaye - -

ชีวิตเหมือนภาพเขียนขนาดใหญ่และคุณควรจะใช้สีทั้งหมดที่คุณมีสร้างสรรค์ มันขึ้นมา

คำคมอันที่สิบเจ็ด"Forgive your enemies, but never forget their names."

- - J.F.Kennedy - -

จงยกโทษให้แก่ศัตรูของคุณ แต่อย่าลืมชื่อของพวกเขาเป็นอันขาด

คำคมอันที่สิบแปด "The only man who never makes mistakes is the man who never does anything."

- - T.Roosevelt - -

คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย

คำคมอันที่สิบเก้า "If you want to increase your success rate,double your failure Rate."

- - T.Watson Jr (Founder of IBM) - -

ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จมากขึ้นหนึ่งเท่าตัว จงเพิ่มความล้มเหลวเป็นสองเท่าตัว

คำคมอันที่ยี่สิบ "Even a Step back can be fatal."

- - W.Brudzinski - -

แม้แต่การก้าวถอยหลังก็อาจถึงแก่ชีวิตได้

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2011 เวลา 10:05 น.